‘ลูกค้าหนีไปซื้อของจากร้านคู่แข่ง’ ปัญหาเล็ก ๆ ที่เจ้าของแบรนด์หลายคนมองข้าม อาจเป็นสัญญาณเตือนของความล้มเหลวในการทำธุรกิจ อย่ามัวแต่คิดว่าจะหาลูกค้าใหม่มาเข้าร้าน เพราะการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าเก่าก็เป็นเรื่องที่เจ้าของแบรนด์ต้องเอาใจใส่ และอย่ารอให้ลูกค้าหายไปจนหมดร้านแล้วต้องนั่งแก้ปัญหาขายของไม่ได้ ยอดขายตกจนร้านเจ๊ง
วันนี้ Shipnity จะพาไปเช็ก 4 เหตุผลที่แท้จริง ว่าทำไมลูกค้าถึงเปลี่ยนใจไปซื้อร้านคู่แข่งมากกว่า ให้คุณได้มองเห็นปัญหาและหันมาวางแผนกลยุทธ์การรักษาลูกค้าและเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง
1. คุณภาพสินค้า/บริการไม่ตรงปก
การทำการตลาดก็เหมือนกับดาบสองคม ถ้าคุณเอาแต่คิดว่าลูกค้าจะยอมซื้อเพราะมีอินฟลูเอนเซอร์/ดารามารีวิวโดยไม่สนใจในคุณภาพของสินค้า เลยตัดสินใจจ่ายเงินจ้างอินฟลูเอนเซอร์ ส่งสินค้าดี ๆ ไปให้เขารีวิว ช่วงแรก ๆ มันอาจจะดูสวยหรูดึงลูกค้าเข้าร้านเพิ่มยอดขายได้เพราะพลังของการโปรโมต แต่หลายร้านตกม้าตายเพราะเรื่องนี้จนทำให้ลูกค้าหายกันมาแล้วหลายราย
ลองมองในมุมลูกค้าดูบ้าง ครั้งแรกเขาอาจจะตัดสินใจซื้อสินค้าเพียงเพราะมีอินฟลูเอนเซอร์มารีวิวให้แล้วร้านดูน่าเชื่อถือ แต่หลังจากนั้นถ้าสินค้าที่เขาได้รับไปมันไม่ตรงปก พวกเขาก็คงหนีไปซื้อร้านอื่นแถมเขียนรีวิวเชิงลบให้ร้านคุณ ส่งผลให้เวลามีลูกค้าคนอื่นเข้ามาดู เขาก็คงลังเลที่จะจ่ายเงินจนสุดท้ายร้านก็จะเจอปัญหาขายของไม่ได้ เพราะการใส่ใจในคุณภาพของสินค้าให้ได้มาตรฐานมันคุ้มค่ากว่าไปเสียเงินจ้าง KOL แพง ๆ ให้ได้เงินจากลูกค้าแค่ 1-2 ครั้ง แต่ไม่ได้รับความไว้วางใจจนลูกค้าหายพากันไปซื้อร้านคู่แข่ง
2. การบริการที่ไม่น่าประทับใจ
เจ้าของแบรนด์ส่วนใหญ่ชอบลืมคิดว่าการรักษาลูกค้าก็สำคัญไม่แพ้การดึงลูกค้าเข้าร้านจนลืมหาเวลามาดูแลลูกค้า ไม่ยอมแก้ปัญหาให้ลูกค้า ตอบแชทแบบขอไปที เหมือนลูกค้ามีตัวเลือกแค่ร้านของคุณแค่ร้านเดียวทั้งทีในความจริงแล้วคู่แข่งที่ขายสินค้าแบบเดียวกับคุณก็อาจจะมีอยู่อีกเพียบ ลูกค้าเขาก็ไม่ง้อถ้ามีตัวเลือกอื่นที่ดีกว่า กว่าจะรู้ตัวคุณก็ทำลูกค้าหายไปหมดแล้ว
หัวใจสำคัญของการขายก็คือการบริการ ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลูกค้าเข้ามาในร้านของคุณ นั่นแปลว่าสินค้าในร้านของคุณกำลังดึงดูดใจพวกเขาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการขายผ่านหน้าร้านหรือการขายของออนไลน์คุณก็ต้องให้บริการลูกค้าด้วยความจริงใจ เพราะความประทับใจในการบริการจะช่วยตกลูกค้าให้กลายมาเป็นขาประจำของร้านแล้วอยู่อุดหนุนเราไปอีกนาน
3. ไม่ปรับตัวตามตลาด
ในยุคที่เจ้าของแบรนด์หลายคนกำลังแข่งขันกันเพื่อเป็นที่ 1 ในตลาด ถ้ายังมัวแต่ยึดติดกับกลยุทธ์แบบเดิม ๆ สินค้าแบบเดิม ๆ ระวังลูกค้าจะหนีไปซื้อของคู่แข่ง เพราะเทรนด์ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ถ้าปรับตัวไม่ทันก็ยิ่งมีโอกาสที่จะถูกแซงโดยไม่ทันตั้งตัว จากที่เคยเป็นตัวท็อปในตลาดการขายของออนไลน์ก็อาจทำลูกค้าหายได้ถ้าไม่ยอมปรับตัว
แค่ตามทันเทรนด์บนโลกออนไลน์ก็รับประกันได้ว่าลูกค้าจะไม่หนีหาย ลองเริ่มจากการสำรวจว่าเทรนด์การตลาดตอนนี้เป็นอย่างไร ลูกค้าให้ความสนใจกับอะไรอยู่บ้าง แล้วกลับไปวางแผนว่าแบรนด์ของคุณจะมีกลยุทธ์ไหนมาดึงดูดลูกค้าที่จะทำให้พวกเขารู้สึกแปลกใหม่ อยากรู้ อยากลอง อยากกลับมาซื้อ ถ้าโชคดีสินค้าของร้านคุณก็อาจกลายเป็น Hero Product ช่วยพลิกวิกฤตสร้างยอดขายแบบถล่มทลาย
4. ความไม่สะดวกในการสั่งซื้อ
ในยุคที่การขายของออนไลน์เป็นอีก 1 ทางเลือกสำหรับลูกค้าหลายคนที่กำลังมองหาความสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทางไปซื้อสินค้าที่หน้าร้าน แต่ถ้าร้านของคุณทำ Customer Journey ไม่ดี ไม่มีช่องทางการชำระเงินที่สะดวกต่อลูกค้า เช่น ไม่มีการเก็บเงินปลายทาง ไม่รับชำระผ่าน QR Code จากที่ลูกค้าจะซื้อ พออะไร ๆ ก็ไม่สะดวกเขาก็คงหันไปหาร้านคู่แข่งแทน
ขั้นตอนนี้ถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะมันเป็นช่วงของการปิดการขายที่จะทำให้ลูกค้ายอมจ่ายเงินให้คุณแล้ว จำไว้ว่าถ้าไม่อยากให้ลูกค้าหายก็ทำอะไรให้มันง่ายสำหรับพวกเขา ยิ่งไวและสะดวกกับพวกเขาในการซื้อสินค้า ก็ไม่มีทางที่ลูกค้าจะไม่เทใจให้ร้านของคุณอีกเลย
4 เหตุผลที่ยกมาในวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของรอยร้าวเล็ก ๆ ให้ธุรกิจของคุณมีลูกค้าเข้าร้านน้อยลง เพราะในยุคนี้ลูกค้ามีตัวเลือกเยอะขึ้นในการเลือกใช้สินค้า/บริการ จากแบรนด์ต่าง ๆ ที่พร้อมปรับตัวเพื่อตอบความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด การดึงดูดและรักษาลูกค้าเลยไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นเรื่องของการใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ ให้ครบถ้วน เพื่อสร้างความประทับใจและเสริมความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ของคุณ เริ่มต้นจากการรับฟังทุกเสียงตอบรับของลูกค้าไม่ว่าจะเชิงบวกหรือเชิงลบ เพราะคุณเองก็ต้องปรับตัวไปพร้อมกับเทรนด์ในปัจจุบันเพื่อจะอยู่รอดในสงครามการมัดใจลูกค้า
สำหรับพ่อค้า/แม่ค้าออนไลน์ที่อยากเริ่มปรับปรุงเพื่อเปลี่ยนโฉมแบรนด์ของคุณให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น ขอฝากระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ Shipnity ไว้เป็นอีก 1 ตัวช่วย ที่จะทำให้แบรนด์ของคุณได้เติบโตไปพร้อมกับการสร้างฐานลูกค้าที่มั่นคงได้แบบไร้กังวล เพราะเรารองรับการชำระเงินได้หลายช่องทางหรือจะใช้ขนส่งเก็บเงินปลายทางเราก็มี ช่วยให้คุณปิดการขายได้ครบทุกวงจร แถมยังมีฟีเจอร์ติดตามคำสั่งซื้อของลูกค้าที่จะทำให้คุณดูแลลูกค้าได้ตั้งแต่เริ่ม
ยังมีฟีเจอร์เด็ด ๆ อีกเพียบ ทั้งหมดนี้เริ่มต้นเพียง 890.- เท่านั้น หรือทดลองใช้ฟรี 14 วัน สนใจคลิกเลย! > https://blog.shipnity.com/stock-system-management-real-time/
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทร: 065-226-8844
Facebook: facebook.com/shipnity
Line@: @shipnity
