You are currently viewing 5 คำศัพท์สุดฮิต ที่สาย Marketing ต้องรู้!

5 คำศัพท์สุดฮิต ที่สาย Marketing ต้องรู้!

#อ่านเอาเท่ วันนี้ Shipnity ขอเสนอ เรื่องเกี่ยวกับการตลาดกันหน่อย สำหรับมือใหม่ที่เริ่มศึกษาเรื่องนี้ก็จะเสพคอนเทนต์ ที่เป็นการตลาดเต็มโซเชียลแล้วใช่มั้ยคะ คำศัพท์ที่จะเอามานำเสนอวันนี้คงเคยผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้ว ถ้าใครงงแต่แกล้งทำเป็นเข้าใจวันนี้ต้องเก็ทแล้วนะ มีอะไรบ้างไปดูกันเลย!

1. Awareness

Awareness = การรับรู้ ในทางการตลาด คำนี้ใช้กันเยอะมากเพราะถือเป็นสิ่งแรก ๆ ในกลยุทธ์การตลาดที่จำเป็นต้องทำ ยิ่งในการขายของออนไลน์ ความหมายในทางการตลาดนั้น Awareness หมายถึง การสร้างการรับรู้ให้กลุ่มเป้าหมาย ของแบรนด์เรานั่นเอง ด้วยการสื่อสารตามช่องทางต่าง ๆ ที่กลุ่มเป้าหมายจะรับได้ เช่น เราอยากขายของให้กลุ่มเด็กมหาลัย เราก็สร้าง Awareness ด้วยการทำคลิปลงช่องทาง Social Media ที่วัยรุ่นชอบเล่น อย่าง TikTok Instagram แล้วเราอาจจะขึ้นป้ายโฆษณาตามแหล่งมหาวิทยาลัย หรือออกบูธแจกสินค้าทดลองตามงานต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน สิ่งนี้ก็ถือเป็นการสร้าง Awareness

จุดประสงก็เพื่อให้สินค้าของเราเป็นที่รู้จักในหมู่กลุ่มเป้าหมายที่เราอยากให้เป็นลูกค้าเราให้ได้มากที่สุด โดยยอดการ Awareness อาจจะใช้เรียกจำนวนยอดวิว หรือยอดการเข้าถึงตามที่แพลตฟอร์ม Social แสดงให้เราเห็นก็ได้

2. Engagement

Engagement = การมีส่วนร่วม ไม่ได้หมายถึงงานแต่งงานหมั้นนะคะ เพราะในทางการตลาด เราจะใช้ Engagement หรือ Engage ร่วมกับ Awareness อยู่บ่อย ๆ ใครที่ขายของออนไลน์จะคุ้นชินกับคำ ๆ นี้กันอยู่บ้าง มันหมายถึง “การมีส่วนร่วมของคนที่เราทำ Awareness ไป” เราจะใช้ในการวัดผลลัพธ์ว่า คนที่เห็นโฆษณา/คอนเทนต์ที่เราส่งไปนั้นสามารถทำให้คนสนใจได้มากแค่ไหน

โดยยอด Engage จะนับต่างออกไปตามประเภทสื่อที่เราใช้ เช่น ถ้าเราลงคลิปใน TikTok 1 คลิป ยอดวิว 1 ล้าน จะถือเป็นยอด Awareness ในขณะที่ยอดไลก์ ยอดแชร์ คอนเมนต์ ยอดกดเซฟ จะถือเป็น ยอด Engage นั่นเองค่ะ 

ซึ่งมันควรจะไปในทางเดียวกัน ถ้ายอด Awareness เยอะแต่ยอด Engage น้อยนั่นหมายความ โฆษณาของคุณไม่สามารถ
ทำให้คนดูสนใจจนมีส่วนร่วมกับโพสต์ได้ อาจจะต้องนำเอามาปรับปรุงคอนเทนต์/โฆษณากันต่อ

3. Click Through Rate (CTR)

Click Through Rate (CTR) = อัตราการคลิกผ่าน ในทางการตลาดมันคือ อัตราการคลิกต่อจำนวนการมองเห็น เวลาที่เราขายของออนไลน์แล้วทำการโฆษณา เราจะมีการยิงแอด (Ads Word) เพื่อติดลิงก์เว็บไซต์ให้ลูกค้ากดเข้ามาสั่งซื้อสินค้าของเรา หรือบริการของเรา หรืออยากให้ลูกค้าคลิกไปที่ไหนสักแห่งที่เราต้องการเพื่อปิดการขาย

ตามกลยุทธ์ของแต่ละร้าน เราจะใช้ CTR ในการวัดผลตัวโฆษณาชิ้นนั้น ๆ ว่าสามารถทำให้คนที่เห็นโฆษณาสนใจจนคลิกติดตามต่อหรือคลิกซื้อสินค้านั้น ๆ ได้หรือไม่ ซึ่ง CTR ยิ่งสูงก็แปลว่าโฆษณามีคุณภาพมาก

4. Reach

Reach = การเข้าถึง ในทางการตลาด Reach จะเห็นบ่อย ๆ ในการขายออนไลน์เพราะมันจะปรากฏในการทำแอด Reach หมายถึงผู้คนที่เข้าถึงสื่อโฆษณาของเราว่ามีกี่คน ๆ บ้าง เพื่อเอามาวิเคราะห์ต่อว่าเราจะ Reach คนแบบไหนมาเป็นลูกค้าจำนวนเท่าไหร่นั่นเอง

5. Impression

Impression = การแสดงผล
ใช้นับการโชว์โฆษณาของเราไปยังคนกลุ่มเป้าหมายที่เรากำหนด โดยการโชว์ 1 ครั้งนับเป็น 1 Impression 

*Reach VS Impression ทั้ง 2 คำนี้ ผู้คนมักจะสับสนจำสลับกัน 

Reach แปลว่า การเข้าถึง ส่วน Impression แปลว่า การแสดงผลสองตัวนี้มันก็คือ การมองเห็นโฆษณาที่เราลงไปนั่นแหละค่ะ
แต่มันจะนับจำนวนต่างกันคือ Reach จะนับจำนวนบุคคลที่เห็นเลย 

เช่น คุณ A เห็นวิดีโอโฆษณาตัวนี้เป็นจำนวน 2 ครั้งก็จะนับเป็น 1 Reach แต่จะนับเป็น 2 Impression เพราะ Impression
จะนับที่จำนวนครั้งการแสดงผลนั่นคือ 2 ครั้งนั่นเอง

5 คำดังกล่าวนี้ ถูกพูดถึงบ่อยมาก ๆ หวังว่าจะทำให้ทุกคนข้าใจมากขึ้นเวลาเรียนเรื่องการตลาดนะคะ เอาไปใช้ในการคุยงานกับฝ่ายการตลาดก็ดูโปรขึ้นแน่นอน มีคำศัพท์ให้เรียนรู้อีกเยอะเลยในโลกของการตลาด ซึ่งหัวใจสำคัญของการตลาดไม่ใช้ศัพท์พวกนี้หรอกนะคะ แต่เป็นการทำเหนี่ยวนำทางความคิดของคนให้เป็นไปตามที่เราต้องการต่างหาก

Shipnity-LOGO

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นขายของออนไลน์และต้องการมีระบบจัดการร้านค้าออนไลน์คู่ใจมาช่วยจัดการสต๊อกสินค้าและออเดอร์
Shipnity เองก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยคุณดูแลอย่างครบวงจร ให้
คุณประหยัดเวลาในการขายลง ขายได้อย่างลื่นไหล มีเวลาไปพัฒนาธุรกิจส่วนอื่น ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ > https://blog.shipnity.com/stock-system-management-real-time/ 

จะขายกี่ช่องทาง ก็จัดการได้ในที่เดียว ด้วยระบบ SHIPNITY เราพร้อมพาธุรกิจคุณเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
☎️ โทร: 065-226-8844
Facebook: facebook.com/shipnity
Line@: @shipnity