You are currently viewing 7 เหตุผลที่ควรเปลี่ยนมาใช้ระบบสต๊อกสินค้า แทนที่ Excel ในการขายของ

7 เหตุผลที่ควรเปลี่ยนมาใช้ระบบสต๊อกสินค้า แทนที่ Excel ในการขายของ

ร้านค้าออนไลน์ที่อยากประสบความสำเร็จมีสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด คือ “ระบบสต๊อกสินค้า” เชื่อว่าหลายร้านที่เป็นร้านเล็ก ๆ ในตอนนี้คงคิดว่าแค่ Excel ก็เอาอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องลงทุนกับระบบก็ได้ แต่ในความเป็นจริงการทำทุกอย่างบน Excel เสี่ยงมาก ๆ ที่จะทำให้ธุรกิจของคุณไปต่อไม่รอด และถ้ายอดขายของคุณกำลังเจอเพดานราคาที่ข้ามมาไม่ได้ ยอดขายเท่าเดิมไม่โตขึ้นถึงจะเปิดร้านขายของออนไลน์มาเป็นเวลานาน ถึงเวลาที่คุณจะต้องเปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับระบบสต๊อกสินค้าออนไลน์แล้ว นี่คือ 7 เหตุผล ที่จะทำให้เข้าใจได้มากขึ้นว่าทำไมจัดการสต๊อกและออเดอร์บน Excel ถึงไม่ช่วยให้ธุรกิจคุณโตได้มากกว่าเดิม

1. การตัดสต๊อกแบบ Real-Time

ระบบสต๊อกสินค้าฟรี

ตามปกติการขายของจะต้องมีการจดยอดเอาไว้ว่าสินค้าแต่ละชิ้นออกไปเท่าไหร่บ้าง การใช้ Excel ก็เปรียบเหมือนการจดด้วยมือแต่ย้ายทุกอย่างไปอยู่บนหน้าจอ หรือดีหน่อยก็ใส่สูตรสรุปสินค้าคงคลังหลังจากมานั่งตัดสต๊อกเอง ทำให้ถ้าอยากได้ยอดขายที่สินค้าออกไปจริงแบบ Real-Time ก็ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอกันทั้งวัน ลูกค้ามาซื้อ จ่ายเงินปุ๊บก็ตัดยอดปั๊บ

อีกอย่างคือต่อให้ขายของออนไลน์เหมือนกันแต่ถ้าคุณจัดการสต๊อกแบบใช้ Excel เวลาลูกค้าสั่งซื้อเข้ามาตอนกลางคืนตี 1 ตี 2 กว่าจะได้มาอัปเดตยอดก็ต้องรอตอนเช้า แต่ถ้าคุณมีระบบสต๊อกสินค้า จะช่วยประหยัดเวลานั่งเฝ้าหน้าจอไปได้ไม่เยอะ ไม่ต้องกังวลกับออเดอร์ที่เข้ามาช่วงดึก เพราะการมีระบบหลังบ้านจะตัดสต๊อกให้ทันทีที่มีคำสั่งซื้อเข้ามาในระบบ ตื่นมาก็แค่รอเช็กยอดขายในระหว่างที่คุณหลับ

2. Data หลังบ้านหยิบมาใช้งานยาก

ในยุคที่แบรนด์ต่าง ๆ แข่งกันทำโปรโมชันเพื่อดึงดูดลูกค้าให้กลับมาซื้อสินค้าจากร้านของพวกเขา ถ้าคุณมัวแต่นั่งหาข้อมูลจาก Excel โดยที่ไม่มี Insight จากลูกค้าโดยตรง ก็ยิ่งเกิดความเสี่ยงที่จะใช้เงินไปแล้วขาดทุนจากการจัดโปรโมชันที่ไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้า บางครั้งการมีข้อมูลที่แม่นยำว่าสินค้าชิ้นไหนขายดีที่สุดในร้าน ลูกค้ารอซื้อซ้ำมากที่สุด ก็จะช่วยให้จัดโปรโมชันส่งเสริมการขายได้ง่ายกว่า

ซึ่งข้อดีอย่างหนึ่งของการใช้ระบบสต๊อกสินค้าออนไลน์ คือ ในตัวระบบจะมี Data ที่รวบรวมจำนวนคำสั่งซื้อของสินค้าแต่ละรายการ ทำให้คุณวิเคราะห์ได้ทันทีว่าสินค้าชิ้นไหนควรหยิบมาทำโปรโมชันเพื่อเรียกลูกค้ากลับมาซื้อ หรือถ้าอยากเจาะลูกค้ากลุ่มไหนเป็นพิเศษก็สามารถเลือกจาก Data หลังบ้านที่มีก็ได้ ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก

3. ไม่สามารถคาดการณ์สินค้าที่ใกล้หมดสต๊อกได้

ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ สำหรับร้านที่จัดการสต๊อกแบบใช้ Excel คือ เผลอ Oversell โดยที่ไม่รู้ตัว ดีใจตอนเห็นออเดอร์เข้ามารัว ๆ แต่เพราะไม่มีการจัดการสต๊อกที่มีประสิทธิภาพ รู้ตัวอีกทีของที่มีในคลังก็ไม่พอส่งตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งเข้ามา สุดท้ายต้องเสียเวลาสั่งของเพิ่ม ลูกค้ารอนานกว่าเดิม คะแนนรีวิวร้านก็ต่ำลง

ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าเลือกใช้ระบบสต๊อกสินค้าที่มีฟีเจอร์แจ้งเตือนสินค้าใกล้หมด อย่างระบบของ Shipnity ที่สามารถรวมสต๊อก Shopee Lazada TikTok และตัดสต๊อกได้แบบเรียลไทม์ ไม่ต้องเครียดเรื่องของไม่พอขาย เพราะตั้งค่าให้แจ้งเตือนได้ว่าสินค้าใกล้หมดแล้ว ทำให้คุณมีเวลาสั่งของมาเติมสต๊อกสินค้า

4. ความผิดพลาดในการกรอกข้อมูล

จัดการสต๊อก

พอทุกอย่างต้องทำเองด้วยมือทั้งหมด Human Error ก็เป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นได้ เช่น ใส่ตัวเลขผิดทำให้เวลาเช็กสต๊อกสินค้าแล้วไม่ตรง ต้องเสียเวลามานั่งนับใหม่ เสียทั้งเวลาแถมยังเสี่ยงทำให้เกิดปัญหาต้นทุนจมถ้าไม่ตรวจเช็กความถูกต้องตอนที่กรอกข้อมูลให้ดี

ถ้าใช้ระบบสต๊อกสินค้าออนไลน์ เขามีแจ้งสถานะสินค้าคงคลังให้ทันที ตรวจสอบได้อย่างแม่นยำไม่ต้องเสียเวลามานั่งนับเองให้ปวดหัว

5. เสียเวลาทำบาร์โค้ด/ใบปะหน้ากล่อง

รวมสต๊อกหลายช่องทาง

บาร์โค้ดสินค้าเป็นเรื่องที่ทุกร้านค้าควรใส่ใจอย่างมาก เพราะมันง่ายต่อการตรวจเช็กสินค้าคงเหลือ หรือแม้แต่การตรวจสอบว่าสินค้าที่เราแพ็กส่งให้ลูกค้าถูกต้องแล้วหรือยัง หลายคนต้องเสียเวลานั่งทำด้วยตัวเองโหลดฟอนต์ใส่สูตรใน Excel กว่าจะได้บาร์โค้ดออกมาก็ยุ่งยาก

แต่ระบบของ Shipnity ช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาทำบาร์โค้ดหรือเจอปัญหาแพ็กของผิดอยู่บ่อย ๆ แถมยังสามารถพิมพ์บาร์โค้ดฟรี ให้คุณได้เพิ่มความน่าเชื่อถือง่าย ๆ เหมือนเป็นมือโปรมาทำงาน

6. ขายหลายช่องทาง = หลายไฟล์ Excel

รวมสต๊อก shopee lazada tiktok

เชื่อว่าพ่อค้า/แม่ค้าออนไลน์ทุกคนก็ต้องอยากเพิ่มช่องทางการขายให้ตัวเองทำธุรกิจแล้วมีกำไร แต่สำหรับคนที่ยังใช้ Excel ในการจัดการออเดอร์อยู่ก็อาจจะต้องหยุดไว้ก่อนเพราะมันวุ่นวายมาก ต้องมานั่งเปิดทีละชีทกว่าจะสรุปยอดได้เสียเวลาเป็นวัน 

วิธีที่ง่ายกว่านั้นคือหันมาใช้ระบบสต๊อกสินค้าออนไลน์อย่าง Shipnity ที่เขามีฟีเจอร์รายงานยอดขายจากทุกแพลตฟอร์ม แสดงผลเป็น Dashboard เข้าใจง่าย ไม่ต้องเสียเวลานาน อยู่ที่ไหนก็ดูยอดรวมของทั้งปีได้ภายในไม่กี่นาที

7. ความปลอดภัยของข้อมูล

ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับการบริการหรือธุรกิจของคุณควรจะรักษาให้เป็นความลับมากที่สุด ไม่ควรที่จะให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้ทุกส่วนเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา เช่น ข้อมูลรั่วไหล พนักงานทำเกินหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เข้าถึงข้อมูลส่วนที่ไม่ได้รับอนุญาต ในระยะยาวมันจะเป็นการสะสมความเสี่ยงให้กับธุรกิจของคุณ

ถ้าคุณเลือกระบบจัดการหลังบ้านของร้านค้าออนไลน์ที่มีความน่าเชื่อถือ เขาจะมีฟีเจอร์ที่สามารถตั้งค่าสิทธิ์ของพนักงานแต่ละคนได้ ว่าใครจะเข้าถึงข้อมูลส่วนไหนได้บ้าง หรือส่วนไหนที่จะถูกปิดไว้เป็นความลับถ้าไม่ใช่ระดับเจ้าของร้าน เพียงเท่านี้ก็ป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำธุรกิจได้แล้ว

ทั้ง 7 ข้อนี้เป็นเพียงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ถ้าคุณยังใช้วิธีแบบเดิม ๆ บริหารสต๊อกสินค้าด้วยการใช้งานโปรแกรม Excel เพียงอย่างเดียว นอกจากจะเสียเวลาในการทำงานเพิ่มแล้ว ยังเสี่ยงทำให้ร้านค้าขาดทุนได้อีกด้วย ดังนั้นสำหรับพ่อค้า/แม่ค้าออนไลน์ที่ไม่อยากให้ปัญหาเกิดก่อนจะสายเกินแก้ทางที่ดีควรจะเลือกระบบสต๊อกสินค้าที่ทำให้คุณวางใจได้ อย่าง Shipnity ที่มีฟีเจอร์ตอบโจทย์กับคนขายของออนไลน์

Shipnity-LOGO

Shipnity เป็นระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ที่รวมสต๊อกได้หลายช่องทาง พร้อมฟีเจอร์ที่จำเป็นกับพ่อค้า/แม่ค้าออนไลน์ ครบจบในที่เดียว ช่วยลดการทำงานที่ซับซ้อนและลดค่าเสียโอกาสจากการใช้ Excel จัดการสต๊อก

เอาไปลองใช้ฟรี 14 วัน ก่อนได้เลย แล้วคุณจะได้คำตอบว่าชีวิตง่ายขึ้นจริงไหม
คลิกเลย! > https://blog.shipnity.com/stock-system-management-real-time

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
☎️ โทร: 065-226-8844
Facebook: facebook.com/shipnity
Line@: @shipnity