ก่อนจะเริ่มธุรกิจขายของออนไลน์การเตรียมหลังบ้านให้พร้อมก่อนเริ่มเปิดร้านก็เป็นเรื่องสำคัญ เดี๋ยวนี้ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ก็มีให้เลือกเยอะแยะไปหมด แล้วแบบนี้คุณก็คงสงสัยว่าถ้าอยากจะเลือกระบบหลังบ้านมาใช้งาน มีเรื่องอะไรบ้างที่คุณต้องรู้ วันนี้ Shipnity รวมเช็กลิสต์มาให้แล้ว 5 ข้อ รับรองได้เลยว่าถ้าระบบที่คุณกำลังมองหามีครบทั้ง 5 ข้อนี้ เส้นทางธุรกิจของคุณจะราบรื่นขึ้นมาก
1. หน้าตาระบบใช้งานง่ายหรือไม่
ระบบที่ดี คือ ระบบที่ไม่ซับซ้อนต่อให้จะเป็นแม่ค้ามือใหม่ก็ต้องใช้งานได้สะดวก เพราะเรื่อง User-Friendly ก็สำคัญไม่แพ้กัน ถ้าระบบใช้งานยากก็ต้องเสียเวลามาเรียนรู้ระบบกันใหม่อีกรอบ แทนที่มีตัวช่วยแล้วจะสะดวกขึ้นก็อาจทำให้ชีวิตการค้าขายดูวุ่นวายกว่าเดิม แล้วยิ่งยุคที่คนหันมาขายของออนไลน์กันมากขึ้น แค่ระบบหลังบ้านดีก็มีโอกาสทำกำไรได้มากกว่าครึ่ง
นอกเหนือจากความไม่ซับซ้อนของระบบแล้ว อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์/ระบบหลังบ้านเหล่านี้จะต้องรองรับการเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก ไอแพด โทรศัพท์ ก็ต้องเชื่อมได้ครบ เพราะระบบที่ดีคือระบบที่สามารถเปิดใช้งานได้ทุกที่ ใช้ง่าย จะเช็กยอดขายหรือดูสต๊อกสินค้าที่เหลืออยู่ก็ต้องทำได้ด้วยมือถือแค่เครื่องเดียว
2. ต้องมีฟีเจอร์ที่เหมาะสมและตอบโจทย์การขายของร้านค้า
เลือกทั้งทีก็ต้องเลือกอะไรที่เหมาะกับร้านของคุณ เช่น ถ้าร้านของคุณเน้นการขายบน Marketplace เป็นหลัก และวางขายในหลากหลายช่องทาง TikTok Shopee หรือ Lazada ก็ควรเช็กให้ดีก่อนว่าระบบหลังบ้านที่คุณมีไว้เป็นตัวเลือกสามารถเชื่อมต่อกับ Marketplace เหล่านี้ได้หรือเปล่า เพราะเดี๋ยวนี้ก็มีระบบหลังบ้านหลายเจ้าที่พร้อมจะ Support ในทุก Marketplace
ถ้าระบบที่คุณเก็บไว้พิจารณาสามารถเชื่อมต่อ Marketplace เหล่านั้นได้แล้วก็อย่าลืมมาดูกันต่อว่า ระบบที่คุณกำลังจะเลือกมีฟีเจอร์อะไรอีกบ้างที่พร้อมตอบโจทย์แม่ค้าออนไลน์อย่างคุณ เช่น ตัดสต๊อกได้แบบ Real-Time พร้อมแจ้งเตือนสต๊อกใกล้หมด ทำให้คุณไม่เสียเวลามานั่งเช็กสต๊อกเอง ลองลิสต์ไว้ว่าคุณต้องการฟีเจอร์เสริมแบบไหนบ้าง แล้วการจ่ายเงินซื้อระบบหลังบ้านจะคุ้มค่ามากกว่าการเสียเงินไปโดยไม่ได้ศึกษาข้อมูลระบบให้ดี
3. คู่มือสอนใช้งานละเอียด
ไม่มีอะไรที่เราจะทำเป็นหรือใช้คล่องได้เลยตั้งแต่ครั้งแรก เพราะทุกอย่างต้องผ่านการเรียนรู้และลงมือทำอยู่ตลอด ยิ่งขึ้นชื่อว่าเป็น “ระบบ” ก็ดูซับซ้อนขึ้นมาทันที ถ้าต้องเริ่มเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเองกว่าจะลองผิดลองถูกแล้วเข้าใจในตัวระบบจนใช้ได้คล่องก็คงเสียเวลาไปไม่น้อย
สาเหตุที่ระบบหลังบ้านควรจะมีคู่มือสอนใช้งานอย่างละเอียดมันเป็นเพราะบางครั้งคนที่เขาคิดระบบขึ้นมาอาจจะมีฟีเจอร์ที่เป็น Winning Point แตกต่างจากเจ้าอื่น ๆ ที่เป็นระบบจัดการร้านค้าออนไลน์เหมือนกัน แต่ถ้าคุณต้องมานั่งเรียนรู้วิธีฟีเจอร์พวกนั้นเอง ก็อาจจะได้ใช้แค่ฟีเจอร์พื้นฐานไปอีกนาน ดังนั้นการที่ระบบหลังบ้านมีคู่มือ/วิดีโอสอนใช้งาน ครบทุกฟีเจอร์ที่เขามีในระบบ ก็จะช่วยให้คุณเข้าใจได้ง่ายขึ้น ทำตามได้ไม่ยาก ช่วยให้การขายง่ายขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง
4. ราคาจับต้องได้
ต้นทุนเป็นเรื่องที่ทุกร้านค้าจะต้องมี ไม่ว่าจะค่าจ้างพนักงาน ค่าสต๊อก ค่าขนส่ง ค่าการตลาด ทุกค่าที่ว่ามาตรงนี้ต่างก็เป็นค่าใช้จ่ายที่คุณต้องมี ยิ่งถ้าคุณมีการขายทั้งหน้าร้านและการขายของออนไลน์ ต้นทุนที่จะเพิ่มเข้ามาก็คือ ต้นทุนค่าใช้จ่ายระบบหลังบ้าน เพราะไม่ว่าใครก็อยากซื้อความสะดวก ไม่อยากเสียเวลามานั่งจัดการร้านค้าด้วยตัวคนเดียวให้เปลืองแรง
ค่าใช้จ่ายเลยกลายเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญที่จะต้องพิจารณาถ้าจะเลือกใช้งานระบบหลังบ้าน แต่ละเจ้าก็มีราคาที่แตกต่างกันอยู่ที่คุณจะเลือกใช้งาน แต่ระบบที่ดีก็ไม่ควรมีราคาที่แพงจนเกินไป หลักในการพิจารณาง่าย ๆ คือคุณต้องดูว่าฟีเจอร์ที่คุณอยากให้มีมันครอบคลุมอยู่ในแพ็กเกจที่คุณกำลังจะจ่ายเงินหรือไม่
5. เจ้าหน้าที่ซัปพอร์ต
อีกเรื่องที่ดูเหมือนไม่สำคัญแต่จริง ๆ แล้วสำคัญมาก คือ คุณเจ้าหน้าที่ประจำระบบที่คอยตอบคำถาม ให้คำแนะนำ และคอยแก้ปัญหาตลอดการใช้งานของคุณ เพราะในบางครั้งระบบที่เราใช้อยู่ก็อาจเกิดปัญหาบางอย่างระหว่างการใช้งาน โดยที่เราไม่คาดคิดได้ เช่น ระบบล่ม จนทำให้ร้านค้าไม่สามารถส่งของให้ลูกค้า หรือเปิดบิลสรุปยอดได้
ระบบหลังบ้านที่ดีควรมีเจ้าหน้าที่พร้อมซัปพอร์ตตลอดการใช้งาน ไม่ปล่อยให้ลูกค้าถูกลอยแพไม่ได้รับคำตอบจากปัญหาที่กำลังเจอ แต่จริง ๆ แล้วบางครั้งก็อาจจะไม่จำเป็นต้องมีปัญหาก็ได้ ถ้าคุณต้องการคำแนะนำในการใช้งานบางฟีเจอร์ที่คุณไม่เข้าใจ ถ้ามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณไปตลอดการใช้งาน คุณก็คงประทับใจไม่น้อย
5 ข้อนี้เป็นเช็กลิสต์ที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจ เพราะมันจะช่วยให้คุณเลือกระบบหลังบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและไม่เสียเงินทิ้งเปล่าไปโดยไม่จำเป็น หวังว่าวันนี้คุณจะได้คำตอบและมองหาตัวเลือกที่ใช่ให้กับร้านค้าของคุณได้ก่อนเปิดร้านค้าออนไลน์นะ
สำหรับพ่อค้า/แม่ค้าออนไลน์ที่เลื่อนมาจนถึงตรงนี้แล้ว ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะใช้ระบบหลังบ้านเจ้าไหนดี ขอฝากน้องชิป Shipnity ไว้เป็นอีก 1 ตัวเลือกที่จะช่วยให้ร้านค้าของคุณเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ด้วยฟีเจอร์สำคัญ ๆ ที่จะทำให้การขายของออนไลน์เป็นเรื่องง่าย แถมเชื่อมต่อได้ทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ใช้งานได้
ราคาเริ่มต้นเพียง 890.- เท่านั้น หรือสนใจทดลองใช้ฟรีก่อน 14 วัน เราก็ยินดีให้บริการ
สนใจคลิกเลย > https://blog.shipnity.com/stock-system-management-real-time/
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทร: 065-226-8844
Facebook: facebook.com/shipnity
Line@: @shipnity
