You are currently viewing เจาะลึก 4 เทคนิค Customer Insight เจ้าของแบรนด์ทำเองได้ ยอดขายปังมาก!

เจาะลึก 4 เทคนิค Customer Insight เจ้าของแบรนด์ทำเองได้ ยอดขายปังมาก!

ความพิเศษอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจในยุคนี้คือโลกออนไลน์สามารถช่วยแบ่งเบาภาระในหลายด้าน รวมถึงการทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เหตุเพราะเจ้าของแบรนด์สามารถทำ Customer Insight ด้วยตัวเองง่าย ๆ ไม่ต้องเสียเงินจ้างให้สิ้นเปลืองต้นทุน รับรู้ความเข้าใจลูกค้าเพื่อปรับธุรกิจให้เข้ากับเทรนด์อยู่เสมอ ซึ่งใครที่กำลังสงสัยว่า การหา Insight ลูกค้า ต้องทำยังไง มีเครื่องมือช่วยอะไรบ้างหรือไม่ นี่คือ 4 เทคนิคที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด

Customer Insight คืออะไร

Customer Insight คืออะไร

Customer Insight คือ ข้อมูลของลูกค้าแบบเจาะลึก เช่น ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ กลุ่มข้อมูลเชิงพฤติกรรมสถิติตัวเลขทั้งหลาย ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันก็มีเครื่องมือช่วยให้การหา Insight ลูกค้าเป็นเรื่องง่ายขึ้น จากนั้นเมื่อได้ข้อมูลเรียบร้อยจึงนำมาใช้ประโยชน์ด้านวางแผนการตลาด คิดโปรโมชั่น เพิ่มเทคนิคการขาย ฯลฯ มีจุดประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ กระตุ้นยอดขาย และอื่น ๆ ตามเป้าหมายขององค์กร

4 เทคนิคการทำ Customer Insight ด้วยตัวเองง่าย ๆ

การหา Insight ลูกค้า

อย่างที่เกริ่นไปว่าปัจจุบันการหา Insight ลูกค้าไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก ยิ่งถ้าใครขายของออนไลน์ การทำธุรกิจที่ใช้โลกออนไลน์เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะมีตัวช่วยมากมาย แบบไม่ต้องเสียเงินแพง ๆ และนี่คือ 4 เทคนิคการทำ Customer Insight ซึ่งเจ้าของแบรนด์สามารถทำเองได้แน่นอน

1. การพูดคุยและสอบถามกับลูกค้าโดยตรง

เจ้าของแบรนด์

ด้วยยุคนี้การเข้าถึงกันระหว่างธุรกิจกับลูกค้าสามารถทำได้ง่ายมาก ธุรกิจของคุณจึงสามารถพูดคุย สอบถามความคิดเห็นโดยตรงจากลูกค้า หรือกลุ่มเป้าหมายในอนาคตได้ตามสิ่งที่อยากรู้ ทั้งการสอบถามแบบเป็นทางการ เช่น เชิญมาพูดคุย การทำแบบสอบถาม การสัมภาษณ์ ฯลฯ และแบบไม่เป็นทางการ อาทิ การแชทพูดคุยกับลูกค้า การรับฟัง feedback เป็นต้น เมื่อธุรกิจได้ข้อมูลตรงประเด็นก็สามารถนำไปพัฒนา ปรับปรุง แก้ไขให้ตรงจุดมากขึ้น

2. การสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภค

พฤติกรรมผู้บริโภค

วิธีเจาะลึก Customer Insight ลักษณะนี้จัดอยู่ในกลุ่มการศึกษาข้อมูลเชิงพฤติกรรม ซึ่งต้องอาศัยตัวช่วยกลุ่มระบบหลังบ้านเว็บไซต์ หรือข้อมูลของ Open Source ต่าง ๆ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น การเทียบหน้าที่มีการคลิกเข้าถึงมากสุด ระยะเวลาแต่ละหน้าบนเว็บไซต์ หน้าใดที่ลูกค้าอยู่นานมากสุด จำนวนการกดไลค์ กดแชร์โพสต์ต่าง ๆ บนเพจ เป็นต้น เมื่อรู้ถึงพฤติกรรมเหล่านี้ก็ช่วยปรับแนวทางการนำเสนอให้ตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น สื่อสารชัดเจน เข้าใจง่าย สร้างสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ยอดขายย่อมเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน

3. การใช้เครื่องมือช่วยวิเคราะห์บนช่องทางออนไลน์

เครื่องมือช่วย

รูปแบบของการหา Insight ลูกค้าข้อนี้จะทำควบคู่ไปกับการสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคอยู่เสมอ แต่หัวใจสำคัญคือเครื่องมือช่วยที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกวันนี้การขายของออนไลน์ย่อมต้องมีช่องทางพื้นฐานเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงธุรกิจ เช่น เว็บไซต์ หรือช่องทาง Social Media อย่าง Facebook, TikTok, IG เป็นต้น

ซึ่งเครื่องมือที่มักเข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำ Customer Insight ก็มีทั้งโปรแกรมสร้างเว็บไซต์ที่จะมีข้อมูลสถิติหลังบ้านต่าง ๆ ให้นำไปใช้ต่อ เช่น จำนวนการคลิก ระยะเวลาที่อยู่บนหน้าเว็บ จำนวนหน้าที่คนเข้าเยอะสุด ฯลฯ

รวมถึงโปรแกรมจากผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม อาทิ Google Analytics, Google Trend, Facebook Page Insights เป็นต้น โปรแกรมเหล่านี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงสถิติเชิงลึกได้ง่าย และนำไปปรับกับธุรกิจของตนเองอย่างเหมาะสม

4. การอ่านรีวิวและความคิดเห็น

อ่านรีวิว

วิธีสุดท้ายที่จะช่วยสร้างความเข้าใจลูกค้า รู้ถึงสิ่งที่ลูกค้าต้องการนั่นคือการรับ Feedback ซึ่งยุคที่การขายของออนไลน์เป็นเรื่องง่ายแบบนี้ เทคนิคการหา Insight ลูกค้าที่ดี สะดวก ประหยัดต้นทุนมากสุดคือการอ่านรีวิว ความคิดเห็นต่าง ๆ ที่ลูกค้าเข้ามาคอมเมนต์ระบุเอาไว้บนโลกออนไลน์ตามช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบนแฟนเพจ Social Media บน Google Map การนำไปรีวิวบนเว็บไซต์ เว็บบอร์ดทั้งหลาย ฯลฯ ซึ่งเหตุผลที่ควรอ่านข้อมูลเหล่านี้อยู่ตลอดเพื่อให้คุณรู้เทรนด์พฤติกรรมลูกค้า ได้ศึกษาสิ่งที่ผู้คนคาดหวังจากธุรกิจ เพื่อช่วยพัฒนาด้านต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้นและเติบโตสู่อนาคต

การทำ Customer Insight คือสิ่งสำคัญต่อธุรกิจมาทุกยุคสมัย เพราะถ้าคุณรู้สิ่งที่ลูกค้าต้องการก็สามารถหาสินค้า / บริการที่ตอบโจทย์ไปนำเสนอและเพิ่มยอดขายได้แบบไม่ต้องสงสัย ปัจจุบันเองก็มีวิธีมากมายที่เจ้าของแบรนด์จะทำความเข้าใจลูกค้าและศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคได้เองโดยมีตัวช่วยต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง และนำผลลัพธ์ดังกล่าวต่อยอดในลำดับถัดไป

Shipnity-LOGO

ซึ่งเจ้าของแบรนด์คนไหนต้องการเครื่องมือช่วยเพื่อให้การหา Insight ลูกค้าง่ายกว่าเดิม โปรแกรม Shipnity ก็มีระบบหลังบ้านสำหรับร้านค้าออนไลน์เข้ามาเป็นคำตอบในการขายของออนไลน์ โดยมีฟังก์ชันการรายงานสถิติตัวเลขต่าง ๆ แบบเจาะลึก พร้อมทั้งอัดแน่นด้วยความครบครันของฟังก์ชันอื่นอีกมากมาย เช่น จัดการออเดอร์ครบวงจรพร้อมเก็บประวัติทั้งหมด ระบบตัวแทนจำหน่าย ระบบสต็อก ฯลฯ ตอบโจทย์กับการทำ Customer Insight อย่างแน่นอน
ราคาเริ่มต้นเพียง 890.-  หรือสนใจทดลองใช้ฟรี 14 วัน
คลิกเลย! > https://blog.shipnity.com/stock-system-management-real-time/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
☎️ โทร: 065-226-8844
Facebook: facebook.com/shipnity
Line@: @shipnity