You are currently viewing เจาะลึกกลยุทธ์ค่าส่งถูก ลดต้นทุน พร้อมเคล็ดลับเพิ่มกำไรให้ร้านค้าขายดี

เจาะลึกกลยุทธ์ค่าส่งถูก ลดต้นทุน พร้อมเคล็ดลับเพิ่มกำไรให้ร้านค้าขายดี

การแข่งขันทางธุรกิจออนไลน์สูงขึ้นเรื่อย ๆ  คู่แข่งในตลาดก็มีมากขึ้นทุกวัน ทั้งลดราคาก็แล้ว จัดโปรโมชันก็แล้ว  ก็ยังปิดการขายไม่ได้ บางคนถึงขั้นยอมให้ตัวเองมีกำไรน้อยลงจนขาดทุน เพราะอยากจัดส่งฟรีหรือให้ค่าส่งถูกเพื่อดึงดูดใจลูกค้าให้มาซื้อ แบกรับค่าส่งแทนลูกค้าเพียงเพราะกลัวเสียลูกค้าให้คู่แข่ง ดังนั้น การบริหารต้นทุนค่าขนส่งให้ถูกลง จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจ เพราะแค่ปรับเปลี่ยนการบริหารต้นทุนเพียงเล็กน้อยก็สามารถเพิ่มกำไรให้ธุรกิจคุณได้มหาศาลเลย

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกกลยุทธ์การจัดการค่าขนส่งอย่างชาญฉลาด บริหารต้นทุนค่าส่งอย่างไรให้ลดลง พร้อมพาไปดูเคสร้านค้าที่ประสบความสำเร็จจากการบริหารต้นทุนค่าส่งเป็น แค่คุณทำตามนี้กำไรเพิ่มขึ้นแน่นอน

ธุรกิจออนไลน์ ไม่ใช่แค่การซื้อมาขายไป กำไรก็มาเอง

เพราะในความจริงแล้ว ยังมีต้นทุนแฝงที่กินกำไรของคุณไปเรื่อย ๆ โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนแฝงที่มาในคราบ “ค่าขนส่ง”  

ค่าขนส่ง คือ ต้นทุนที่กินสัดส่วนมากถึง 20-30% ของต้นทุนทั้งหมด แต่รู้ไหมว่า…การบริหารจัดการค่าขนส่งที่ดีสามารถเปลี่ยนจากต้นทุนที่น่าปวดหัวเป็นกลยุทธ์เพิ่มกำไรให้ธุรกิจได้อย่างไม่คาดคิด ลองมาดูตัวอย่างง่าย ๆ สมมติว่าคุณขายเสื้อผ้าออนไลน์ ต้นทุนสินค้าชิ้นละ 200 บาท นำมาขายในราคา 390 บาท ค่าส่งปกติ 50 บาท หากคุณแบกรับค่าส่งเองหรือจัดโปรส่งฟรี นั่นหมายความว่ากำไรของคุณจะเหลือแค่ 140 บาทต่อชิ้น

แต่ถ้าคุณสามารถลดต้นทุนค่าขนส่งลงได้ เหลือเพียง 35 บาท นั่นหมายถึงกำไรที่เพิ่มขึ้น 15 บาทต่อออเดอร์ ฟังเผิน ๆ อาจดูเหมือนน้อย แต่ถ้าลองคำนวณด้วยจำนวนออเดอร์ต่อเดือนจะเป็นกำไรที่มากขึ้น เช่น ถ้าคุณมีออเดอร์เดือนละ 1,000 ชิ้น นั่นหมายถึงกำไรที่เพิ่มขึ้น 15,000 บาทต่อเดือน หรือ 180,000 บาทต่อปี ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เยอะมาก

ยังไม่นับรวมผลพลอยได้อื่น ๆ อย่างการนำเงินส่วนต่างนี้ไปจัดโปรโมชันส่งฟรี ซึ่งจะช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ และรักษาลูกค้าเก่าไว้ได้ ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ การบริหารจัดการค่าขนส่งที่ดียังช่วยให้คุณมีความยืดหยุ่นในการแข่งขัน เมื่อคู่แข่งจัดโปรโมชันส่งฟรี คุณก็สามารถตามได้ทัน เพราะมีต้นทุนที่ต่ำพอ หรือในช่วงเทศกาลสำคัญที่ยอดสั่งซื้อพุ่ง คุณก็สามารถจัดโปรโมชันต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะขาดทุน

ความสำคัญของการบริหารค่าส่งในธุรกิจออนไลน์

ค่าขนส่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จของธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน จากการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคกว่า 70% ตัดสินใจยกเลิกการซื้อถ้ารู้ว่าค่าส่งพัสดุชิ้นนั้นแพง ในทางกลับกันหากรู้ว่าร้านคุณมีโปรโมชันส่งฟรีหรือค่าส่งถูก ลูกค้าจะไม่ลังเลใจและพร้อมซื้อสินค้าคุณทันที

คุณลองสังเกตดูด้วยตนเองจะพบว่า  ถ้าไม่ใช่แบรนด์/ร้านที่ชอบหรือสำคัญและจำเป็นต้องใช้สินค้าจริง ๆ ร้านค้าไหนที่มักจะไม่ลดค่าขนส่ง ร้านค้านั้นจะไม่ใช่ตัวเลือกแรก ๆ ที่ลูกค้าจะนึกถึง เมื่อต้องการซื้อหรือ CF สินค้า

ร้านค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ขายของคล้าย ๆ กันหลายร้าน ถือเป็นคู่แข่งตัวฉกาจที่คุณต้องให้น้ำหนัก ยิ่งถ้าร้านคู่แข่งมีค่าส่งที่ถูกกว่า มีโปรส่งฟรี แต่คุณภาพสินค้าเท่า ๆ กับคุณ แล้วคุณในฐานะที่ ขายสินค้าเหมือนกันกับคู่แข่งเป๊ะ แต่ยังไม่มีค่าส่งราคาดี ๆ ให้ลูกค้า  แน่นอนว่า ลูกค้าก็เลือกจะเซย์กู๊ดบายคุณแบบไม่ต้องคิดพร้อมไปซื้อร้านอื่นได้เสมอ 

ดังนั้น การบริหารเรทค่าส่งให้อยู่ในระดับที่แข่งขันกับร้านอื่น ๆ ได้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ช่วยรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายไว้ได้นั่นเอง วันนี้เราจะพาไปดู 3 วิธี ในการช่วยบริหารต้นทุนค่าขนส่งให้คุ้มค่า เพิ่มกำไรธุรกิจด้วยเรทค่าส่งที่ถูกลง แต่ยังคงคุณภาพการบริการ ในขณะที่หลายคนมองหาวิธีเพิ่มยอดขายด้วยการลงโฆษณาที่มีต้นทุนสูง แต่การบริหารจัดการค่าขนส่งที่ดีกลับเป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มกำไรได้อย่างยั่งยืนกว่า เพราะเป็นการลดต้นทุนที่มีอยู่แล้วในระบบ โดยที่คุณไม่ต้องลงทุนเพิ่ม

1. เลือกผู้ให้บริการขนส่งที่เหมาะกับร้านคุณ

การเลือกผู้ให้บริการขนส่งควรพิจารณาจากหลายปัจจัย เริ่มจากการวิเคราะห์พฤติกรรมการสั่งซื้อของลูกค้า พื้นที่จัดส่งหลัก และประเภทสินค้า อาจจะเข้าไปส่องฟีดแบ็กจากลูกค้าของคุณที่ชอบซื้อของว่า เขาชื่นชมขนส่งไหนบ่อย ๆ หรือขนส่งไหนขึ้นชื่อเรื่องดองสินค้าไม่ยอมนำจ่าย ส่องจากโซเซียลมีเดียของขนส่ง บางเจ้าอาจมีการโยนของ กล่องฉีกขาด ส่งพัสดุไม่ดี คุณก็จะได้ไม่เลือกใช้ขนส่งเจ้านั้น

ตัวอย่างเช่น ร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์รายหนึ่งพบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก เป็นเสื้อผ้าราคาแพง ไม่อยากให้สินค้าเสียหาย จึงเลือกใช้บริการขนส่งที่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่นี้โดยเฉพาะและเด่นด้านความปลอดภัยที่สุด เช่น ไปรษณีย์ไทย EMS ทำให้สามารถประหยัดค่าขนส่งได้ถึง 25%

2. การบริหารสต๊อกเพื่อลดต้นทุนค่าขนส่ง

การบริหารสต๊อกที่มีประสิทธิภาพส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนค่าขนส่ง ร้านค้าออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จมักมีการวางแผนการจัดเก็บสินค้าอย่างเป็นระบบ 

ยกตัวอย่างเช่น ร้านขายเครื่องสำอางออนไลน์แห่งหนึ่งได้แบ่งคลังสินค้าออกเป็น 3 โซน ตามพื้นที่จัดส่งหลัก เช่น โซนเมืองกรุงเทพฯ โซนภาคอีสาน โซนภาคใต้ ทำให้สามารถลดระยะทางการขนส่งและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพแถมได้ค่าส่งที่ถูกลงเมื่อคลังสินค้าใกล้ ๆ พื้นที่จัดส่งด้วย แถมสินค้าถึงลูกค้าเร็วกว่าปกติ ช่วยสร้างความประทับใจได้อีก

นอกจากนี้ การวางแผนสต๊อกที่ดียังช่วยลดความจำเป็นในการขนส่งซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง  ลองนึกภาพตามว่า ลูกค้าโซนนี้มักจะซื้อสินค้าประเภทนี้เลยมียอดขายสูงสุด เลยต้องสต๊อกของคลังสินค้าแถว ๆ โซนนี้ เวลาลูกค้าสั่งสินค้า ก็จะลดค่าส่งไปได้เยอะ เพราะระยะทางใกล้ขึ้น

ตัวอย่างเช่น ร้านขายอาหารเสริมออนไลน์แห่งหนึ่งเคยต้องจ่ายค่าขนส่งแบบ EMS เฉลี่ยเดือนละ 50,000 บาท แต่หลังจากปรับระบบการบริหารสต๊อก  แบ่งโซนคลังสินค้า ตามพื้นที่ ที่มียอดขายสูง ระยะทางในการขนส่งก็น้อยลง ค่าส่งถูกลง สามารถลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลงเหลือเพียง 15,000 บาทต่อเดือนเลยทีเดียว

3. เจรจาต่อรองกับผู้ให้บริการขนส่ง

การเจรจาต่อรองกับผู้ให้บริการขนส่งต้องอาศัยข้อมูลและความสัมพันธ์ที่ดี แน่นอนว่าถ้าคุณเป็น SME เล็ก ๆ เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะสามารถเข้าไปต่อรองราคาค่าส่งกับผู้ให้บริการขนส่งได้ นอกจากจะเป็นการดีลกับขนส่งแถวบ้านเพื่อให้ได้ราคาถูกลง แต่ค่าส่งอาจจะถูกลงแค่นิดเดียว 

ยกตัวอย่างจากเคสผู้ประกอบการรายหนึ่ง นำข้อมูลปริมาณการส่งย้อนหลัง 6 เดือนไปเจรจาขอดีลกับผู้ให้บริการขนส่งใกล้ ๆ    ทำให้ได้รับส่วนลดพิเศษ 5% สำหรับการส่งในเขตกรุงเทพฯ และ 3% สำหรับการส่งต่างจังหวัด 

แต่มีอีกหนึ่งเทคนิคที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ SME สามารถได้ค่าส่งถูก ๆ มากกว่า 5% โดยที่ไม่ต้องไปดีลเอง คือการใช้บริการระบบหลังบ้าน Shipnity ซึ่งการส่งผ่านระบบ (Shipnity Express) ช่วยให้ร้านค้าสามารถส่งพัสดุได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น สามารถออกเลขพัสดุจากระบบได้ทันที ส่งข้อความแจ้งลูกค้าได้อัตโนมัติ พร้อมทั้งเรียกรถเข้ารับได้ที่บ้าน ไม่ต้องไปส่งเองที่สาขาให้เสียเวลาอีกต่อไป จ่ายค่าบริการแค่เดือนหลักร้อย แต่ได้ค่าส่งในราคาเริ่มต้นที่ 19 บาท ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะกับธุรกิจออนไลน์ที่อยากประหยัดต้นทุน

เคสกรณีศึกษาความสำเร็จร้านเสื้อผ้าออนไลน์

ร้านเสื้อผ้าออนไลน์แห่งหนึ่งประสบปัญหาต้นทุนค่าขนส่งสูงถึง 35% ของราคาสินค้า ส่งผลให้กำไรลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากที่ร้านค้าแห่งนี้ปรับกลยุทธ์การจัดการค่าส่งใหม่ทั้งหมด โดยเริ่มจากการวิเคราะห์พฤติกรรมการสั่งซื้อของลูกค้า การเลือกใช้บริการขนส่งที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ และการปรับปรุงระบบการจัดการสต๊อก ส่งผลให้ต้นทุนค่าส่งถูกเหลือเพียง 22% ภายในระยะเวลา 6 เดือน

ความสำเร็จนี้เกิดจากการดำเนินการหลายอย่างควบคู่กัน ทั้งการแบ่งโซนการจัดส่ง การเจรจาต่อรองกับผู้ให้บริการขนส่งหลายราย หรือใช้ตัวช่วยบริการจัดการหลังบ้านที่ให้ดีลได้ค่าส่งถูกกว่าปกติ นอกจากนี้ยังมีการจัดโปรโมชันส่งฟรีเมื่อซื้อครบตามยอดที่กำหนด เมื่อก่อนจัดโปรส่งฟรีไม่ได้ เพราะจะทำให้ต้นทุนสูง แต่ตอนนี้จัดโปรส่งฟรีได้ ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าสั่งซื้อในปริมาณที่มากขึ้น ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งต่อชิ้นลดลง

การบริหารค่าส่งให้มีประสิทธิภาพต้องอาศัยทั้งข้อมูล การวางแผน และการดำเนินการอย่างเป็นระบบ ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การเลือกผู้ให้บริการที่เสนอราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การผสมผสานกลยุทธ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งการบริหารสต๊อก การเจรจาต่อรอง และการเลือกใช้บริการที่เหมาะสมกับธุรกิจ 

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่สามารถบริหารจัดการค่าส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีความได้เปรียบในการแข่งขัน การทำการตลาด หรือการจัดโปรโมชัน และสามารถสร้างการเติบโตให้กับร้านค้าในระยะยาวได้ เพราะต้นทุนน้อยลง กำไรเพิ่มขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้าและโอกาสในการกลับมาซื้อซ้ำ

Shipnity-LOGO

    สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ยังไม่มีกำไรมากหรือยังไม่มีกิจการขนาดใหญ่ แต่อยากลดต้นทุนด้านค่าส่งก่อนเป็นอันดับแรก                 แอบกระซิบว่าตอนนี้ Shipnity เราไปดีลค่าส่งกับขนส่งเจ้าใหญ่มาให้คุณแล้ว คุณไม่ต้องเสียเวลาไปดีลเอง               แค่ใช้ระบบจัดการหลังบ้าน Shipnity ส่งของกับเรา ได้ค่าส่งเริ่มต้นที่ 19 บาท แถมเป็นส่งแบบ EMS อีกด้วย 

ไม่ใช่ดีลขนส่งอย่างเดียวที่คุ้ม เรียกรถเข้ารับพัสดุได้ง่าย ๆ แจ้งเลขพัสดุให้ลูกค้าอัตโนมัติ รองรับการพิมพ์ใบปะพัสดุได้ทุกขนาด แถมฟีเจอร์จัดการระบบหลังบ้านอีกเพียบ

เริ่มต้นแพ็กเกจ 890 ทดลองใช้ฟรี 14 วัน > https://blog.shipnity.com/stock-system-management-real-time/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
☎️ โทร: 065-226-8844
Facebook: facebook.com/shipnity
Line@: @shipnity