You are currently viewing รหัสสินค้า (SKU) ในระบบสต๊อกสินค้า คืออะไร? ตั้งชื่ออย่างไรให้ดูโปร

รหัสสินค้า (SKU) ในระบบสต๊อกสินค้า คืออะไร? ตั้งชื่ออย่างไรให้ดูโปร

เคยไหม? จะขายของออนไลน์แต่ยังไม่มีวิธีจัดการข้อมูลที่ลูกค้า CF เข้ามาให้เป็นระบบ ต้องมานั่งใส่ข้อมูลแยกประเภทสินค้า, สี, ขนาด กันให้วุ่น มีข้อมูลเยอะทำให้ยิ่งเปลืองเวลาในการหาสินค้า หรือมากไปกว่านั้นคือส่งออเดอร์ลูกค้าผิด เพราะสับสนกับการจัดการสต๊อกที่ไม่เป็นระบบ ไม่ว่าปัญหาจะเกิดกับลูกค้าใหม่หรือลูกค้าเก่า แต่คนที่ต้องรับความเสียหายมากที่สุดคือร้านและพนักงาน ถ้าจะเริ่มแก้ไขเรื่องนี้คุณคงต้องเริ่มจากการจัดสต๊อกให้เป็นระบบ สร้างรหัส SKU เพื่อแยกประเภทสินค้าแต่ละรายการให้ชัดเจน

เชื่อว่าพ่อค้า/แม่ค้าออนไลน์หลายคน คงเคยได้ยินคำว่า SKU ผ่านหูกันมาไม่น้อย แต่อาจจะยังไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์ยังไง ใช้ทำอะไรได้บ้าง วันนี้ Shipnity ขอพาไปทำความรู้จักกับรหัส SKU ให้มากขึ้น ตั้งยังไงให้เหมาะสม รับรองได้เลยว่าอ่านจบแล้วก็เริ่มทำตามได้อย่างแน่นอน

SKU คืออะไร? สำคัญยังไงกับระบบสต๊อกสินค้า

ระบบสต๊อกสินค้า

SKU เป็นคำติดปากของคนขายของออนไลน์ที่ย่อมาจาก Stock Keeping Unit เป็นรหัสที่ใช้บอกถึงสินค้าแต่ละชิ้นที่อยู่ในคลังของร้าน โดยส่วนใหญ่จะประกอบด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษและตัวเลขในรหัสแต่ละชุด นอกจากการมีรหัส SKU จะช่วยลดความสับสนในการคัดแยกสินค้าให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน มันยังช่วยให้ง่ายต่อการสื่อสารทั้งกับลูกค้าและพนักงานของทางร้านด้วย 

ลองคิดดูง่าย ๆ ว่าเวลาที่คุณไลฟ์ขายของแล้วเปิดให้ลูกค้าเข้ามา CF มันจะยุ่งยากแค่ไหนถ้าเราต้องมานั่งตอบแชทลูกค้าทีละคนเพื่อปิดการขายและเช็กให้มั่นใจว่าสินค้าที่เราจะส่งให้ลูกค้า ถูกต้องกับสิ่งที่เขาสั่งซื้อเข้ามา เพราะถ้าสินค้าที่ส่งไปไม่ถูกต้องก็จะมีผลกับรีวิวของร้านค้า และสร้างผลเสียในระยะยาวด้วย แต่ถ้าเรามีรหัส SKU ก็จะช่วยให้ระบบสต๊อกสินค้าของเราเป็นระเบียบมากขึ้น ออเดอร์ลูกค้าไม่มีผิดพลาด เพราะร้านก็สามารถเช็กรหัสสินค้าได้ทันที

หลักการตั้งชื่อ SKU ให้พร้อมใช้งานได้ทันทีใน 3 ขั้นตอน

1. ระบุหมวดหมู่ของสินค้าให้ชัดเจน

ระบบสต๊อกสินค้าฟรี

การระบุหมวดหมู่ของสินค้าจะต้องเข้าใจได้ง่าย ไม่ซับซ้อนเพื่อทำให้การจัดส่งสินค้าไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น และทำให้หาสินค้านั้น ๆ ได้ไวยิ่งขึ้น โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น ประเภท, สี และ ขนาด

ตัวอย่างการตั้งรหัส SKU เช่น ถ้าร้านของคุณมีรายการสินค้าเข้ามาใหม่เป็นเสื้อแจ็กเก็ตสีดำ คละไซส์ตั้งแต่ S – XL คุณก็อาจจะลองตั้งว่า JC01-SBLK โดยเป็นการให้ข้อมูลที่ครบถ้วน คือ เสื้อแจ็กเก็ต ไซส์ S สีดำ หรือถ้าอยากเปลี่ยนเป็นไซส์ M ก็แค่ใส่ว่า JC01-MBLK

2. จำกัดจำนวนรหัสอักษร

ระบบสต๊อกสินค้าออนไลน์

รหัส SKU ที่ดี จำเป็นจะต้องมีตัวอักษรไม่เกิน 16 ตัว เพราะหากตั้งรหัสให้ยาวมากกว่านั้นก็จะจำได้ยากขึ้น โดยปกติแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 8 – 12 ตัวอักษร เพราะความยาวของ SKU ที่มากเกินไปอาจจะมีผลกระทบในกรณีที่ร้านของคุณมีการติดตั้งเครื่อง POS

จากข้อก่อนหน้าเราจะสังเกตได้ว่าการตั้งรหัส SKU นั้นมีความสำคัญเพราะทำให้เราสามารถจัดการสต๊อกได้ง่ายขึ้น ทำให้สินค้าประเภทเดียวกันอยู่รวมกันในที่เดียว ไม่กระจัดกระจาย ง่ายต่อการหาสินค้า โดยรหัส SKU 4 ตัวแรก มักจะใช้บอกว่าเป็นสินค้าของอะไร เป็นสินค้าประเภทไหน ส่วนรหัสที่ตามหลังมาอีก 4 – 8 ตัว ที่เหลือจะใช้บอกไซซ์และสีของสินค้าชิ้นนั้น ๆ

3. ห้ามใช้เครื่องหมายต่าง ๆ ที่เป็นอักขระพิเศษ

รวมสต๊อกหลายช่องทาง

การตั้งรหัส SKU มีข้อห้ามคือไม่ให้ใส่เครื่องหมายทับ เครื่องหมายคำพูด หรืออักขระพิเศษต่าง ๆ ลงไป เช่น ! # ‘ เป็นต้น และควรหลีกเลี่ยงอักษรภาษาไทยให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบสต๊อกสินค้ารวน ทางที่ดีควรใช้เป็นภาษาอังกฤษกับตัวเลขทั้งหมด และใช้เครื่องหมาย – ในการแบ่งสัดส่วนข้อมูลของรหัสสินค้า

อย่างไรก็ตาม การตั้งรหัส SKU ในระบบสต๊อกสินค้าไม่ได้มีกฎระเบียบที่ระบุไว้อย่างชัดเจน คุณสามารถตั้งได้อย่างอิสระขอแค่เป็นรหัสที่คุณและลูกค้ามีความเข้าใจร่วมกัน ก็จะสามารถจัดการออเดอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดข้อผิดพลาดลงได้ในท้ายที่สุด หวังว่าสิ่งที่นำมาแชร์ในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังจะเริ่มต้นทำธุรกิจขายของออนไลน์นะ

Shipnity-LOGO

ก่อนจะจากกันไป ขอฝากระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ Shipnity ไว้เป็นอีกตัวช่วยสำคัญ ในทุก ๆ การลงสต๊อกสินค้าขายแบบไม่มีขีดจำกัด จะกี่สี กี่ไซซ์ ก็ลงขายได้แบบไม่มีดราม่า แถมยังเชื่อมต่อได้ครบทุกแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลส พร้อมให้คุณตั้งตัวไปเป็นหัวแถวได้ตั้งแต่วันนี้

ฟีเจอร์ที่ครบขนาดนี้ แต่เริ่มต้นเพียง 890.- เท่านั้น หรือถ้าใครยังลังเล มาลองใช้ฟรีก่อนได้ 14 วัน
สนใจคลิกเลย! > https://blog.shipnity.com/stock-system-management-real-time/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
☎️ โทร: 065-226-8844
Facebook: facebook.com/shipnity
Line@: @shipnity